The Invisible Lift Program โปรแกรมดึงหน้า เทคนิคส่องกล้อง ช่วยให้แผลเล็ก เหมาะสำหรับคนที่อยากแลดูอ่อนเยาว์ โดยที่ยังเป็นตัวเอง หลายคนอาจจะเข้าใจว่าหน้าหย่อนคล้อยคือ “ผิวหย่อน” จึงคิดว่าแค่ดึงผิวให้ตึงก็พอ แต่ในความเป็นจริง ความหย่อนคล้อยเกิดขึ้นพร้อมกันในทุกชั้นของใบหน้าครับตั้งแต่ผิวหนังลงไปจนถึงกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่ยึดโครงสร้างใบหน้าเราไว้ จองคิวปรึกษาคุณหมอ Home / บริการของเรา / The Invisible Lift เนื้อหาทางการแพทย์ตรวจสอบโดย นพ. อนุชิต อดิโรจนานนท์ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมเลขที่ 45390 รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งดิอาท อ่านประวัติ The Invisible Lift MinimallyInvasive แผลลึก ซ่อนในไรผม และหลังหู Precision มองเห็นโครงสร้างใบหน้าชัดเจนด้วยกล้องความละเอียดสูง Natural Result ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้ แต่ยังแลดูเป็นธรรมชาติ Longevity ผลลัพธ์อยู่ได้ 5-10 ปี ทำไมใบหน้าถึงหย่อนคล้อย หลายคนอาจจะเข้าใจว่าหน้าหย่อนคล้อยคือ “ผิวหย่อน” จึงคิดว่าแค่ดึงผิวให้ตึงก็พอ แต่ในความเป็นจริง ความหย่อนคล้อยเกิดขึ้นพร้อมกันในทุกชั้นของใบหน้าครับ ตั้งแต่ผิวหนังลงไปจนถึงกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่ยึดโครงสร้างใบหน้าเราไว้ รอยย่นหน้าผาก ขมับตอบ เบ้าตาลึก ตีนกา ร่องน้ำตา หน้าแก้มทรุด แก้มห้อย ร่องแก้มลึก ริมฝีปากบนบางลง ร่องน้ำหมากลึก ไขมันกระเปาะแก้มห้อย ร่องแนวขวาง ตามลำคอ คอไก่งวง ริ้วรอยแนวตั้ง The Invisible Lift คืออะไร? The Invisible Lift คือ เทคนิคการดึงหน้าส่องกล้องแบบ Full Face Lift ที่พัฒนาขึ้นโดยคุณหมอเจ หัวหน้าหัตถการดึงหน้า ประจำโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งดิอาท "ไม่ใช่การดึงผิวให้ตึงมากเกินไป แต่คือการเข้าใจโครงสร้างและยกในตำแหน่งที่เหมาะสม" จุดเด่นของThe Invisible Lift 1 ทำงานลึกใต้ชั้น SMAS ดูแลโครงสร้างหลักของใบหน้าไม่ใช่แค่ดึงผิวชั้นตื้น 2 ครอบคลุมทั้งใบหน้า ดูแลได้ทั้งหน้าแก้ม กรอบหน้าและคอด้านข้าง 3 มากกว่าการส่องกล้องทั่วไป ไม่จำกัดเฉพาะการยกคิ้วหรือยกหน้าแก้มบางส่วน 4 วางแผนร่วมกับหัตถการอื่นได้ อาจทำร่วมกับ Endoscopic Brow Liftหรือ V-neck Liftตามความเหมาะสมของแต่ละเคส ตำแหน่งแผล เล็ก และซ่อนได้แทบไม่เห็น 2 แผลบริเวณขมับ ขนาดประมาณ 2-3 ซม. ซ่อนในไรผม แผลหลังหูประมาณ 3–4 ซม. ซ่อนตามแนวหลังหู (กรณียกคิ้วร่วมด้วย) แผลเพิ่มบริเวณไรผม 1.5–2 ซม. 3 จุดและ (กรณีทำ V-neck Lift) แผลใต้คาง 2.5–3 ซม. ซ่อนใต้คาง ขั้นตอนการดูแลผู้รับบริการ 1 Assessment ประเมินวิเคราะห์ทุกชั้นของใบหน้า โดยใช้โปรแกรม Ultrasound ตรวจเนื้อเยื่อ และ โปรแกรม CT Scan เพื่อดูโครงสร้างกระดูก 2 โปรแกรม 3D Simulation ออกแบบภาพสามมิติ เพื่อให้คุณเห็นผลลัพธ์ล่วงหน้า พร้อมใช้ AI วิเคราะห์ริ้วรอยและความหย่อนคล้อย 3 Premium OR ผ่าตัดด้วยกล้องความละเอียดสูง ช่วยให้ความแม่นยำในการผ่าตัด เสียเลือดน้อย และเรามีวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดการผ่าตัด 4 Aftercare ชุดกระชับใบหน้าที่ออกแบบเฉพาะ (Facial Support System) พร้อมการติดตามผลระยะยาว ใครเหมาะกับเทคนิคนี้? ประเมินร่วมกับคุณหมอเพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับปัญหาและโครงหน้าของแต่ละบุคคล กลุ่มที่เหมาะสม – ต้องการซ่อนรอยแผล พักฟื้นไม่นานและสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ กลุ่มที่อาจไม่เหมาะ – เคยศัลยกรรมดูดไขมันจนผิวหนังบริเวณใบหน้าหย่อนคล้อย– เคยทำโปรแกรมฉีดสารเติมเต็ม หรือสารเหลวมาจนใบหน้าผิดรูป “ไม่ได้แค่ทำให้หน้าตึงแต่คือการคืนสัดส่วนทองคำของใบหน้า” ผลลัพธ์ที่คุณได้รับ กรอบหน้าคมชัด คืนความชัดเจนของ V-shape ดวงตาสดใส ดวงตาดูเปิดขึ้น หางตายกกระชับ ร่องแก้มตื้นขึ้น แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยจากชั้นลึก มิติใหม่ ใบหน้าแลดูเด็กลง สดใส และมีมิติ ลำคอเรียว มุมคอกลับสู่มาตรฐานความงาม 100–110°(กรณีทำร่วมกับ V-neck Lift) ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น หมอเชื่อว่า การตัดสินใจที่ดีควรมาจากข้อมูลครบทั้งสองด้าน ทั้งผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ และความเสี่ยงที่ควรพิจารณาก่อนผ่าตัด มาตรฐานโรงพยาบาล ดำเนินการในห้องผ่าตัดมาตรฐานโรงพยาบาล ภายใต้การดูแลของวิสัญญีแพทย์ตลอดการผ่าตัด เทคนิคควบคุม จัดการเรื่องเลือดออกได้ดีเยี่ยมด้วยเทคนิคส่องกล้องและการใช้ Fibrin Glue อาการชาชั่วคราว เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ทั่วไปหลังผ่าตัด แต่ไม่รุนแรง มักจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายใน 3–6 เดือน ลดความเสี่ยงเส้นประสาท การบาดเจ็บของเส้นประสาทใบหน้าพบได้น้อยมาก และเมื่อเลือกศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ที่มีทักษะและเทคนิคในการส่องกล้อง จะช่วยทำให้อัตราความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บแทบจะไม่พบ เลือกศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ คนไข้แต่ละคนมีปัญหาแตกต่างกัน การดึงหน้าที่ได้ผลจริงจึงต้องอาศัยศัลยแพทย์ที่เข้าใจกายวิภาคอย่างลึกซึ้ง วิเคราะห์ปัญหาในแต่ละชั้นได้ถูกต้องและไม่ดึงมากเกินไปจนผิดธรรมชาติ การดูแลตามมาตรฐานและผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติ คือสิ่งที่ลดทอนไม่ได้ รีวิวเคสจริง Before / After ดูรีวิวทั้งหมด Timeline การพักฟื้น Day 0 ประคบเย็น พักผ่อน เริ่มใส่ Facial Support หลีกเลี่ยงการก้มหน้าแรง ๆ หรือขยับใบหน้ามากเกินไป สัปดาห์ที่ 1 ใส่ Facial Support 24 ชั่วโมง ในช่วง 5-7 วันแรก (ถอดได้ 1-2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ ระวังไม่ให้แผลโดนน้ำ ดูแลแผลให้สะอาด สัปดาห์ที่ 2-4 อาการบวมช้ำค่อย ๆ ลดลง สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันบางส่วนได้ตามความเหมาะสม หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก หรือออกกำลังกายหนัก หลีกเลี่ยงการยกของหนัก เดือนที่ 1-6 ใบหน้าค่อย ๆ เข้าที่ตามลำดับ ชั้นใต้ผิวฟื้นตัวต่อเนื่อง ผลลัพธ์จะชัดเจนยิ่งขึ้นตามการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล ควรติดตามผลตามนัด เพื่อประเมินการฟื้นตัวอย่างใกล้ชิด คำถามที่พบบ่อย (FAQ) Q1: The Invisible Lift ต่างจากการร้อยไหมอย่างไร? การร้อยไหมเป็นเทคนิคที่ทำงานในชั้นผิวและไขมัน ส่วน The Invisible Lift ลงลึกถึงชั้น SMAS ที่เป็นโครงสร้างหลัก ผลลัพธ์จึงคงทนกว่าและเป็นธรรมชาติกว่า Q2: ผลลัพธ์อยู่ได้นานเท่าไหร่? โดยทั่วไปผลลัพธ์อยู่ได้เฉลี่ย 5–15 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพผิว เทคนิคการผ่าตัด การดูแลหลังผ่าตัด และไลฟ์สไตล์ Q3: พักฟื้นกี่วันถึงจะกลับไปทำงานได้? ส่วนใหญ่ควรพักเต็มที่ในช่วง 5–7 วันแรก และหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักประมาณ 2–4 สัปดาห์ Q4: อายุเท่าไหร่ที่เริ่มทำ The Invisible Lift ได้? มักเหมาะกับคนที่เริ่มเห็นความหย่อนคล้อยตั้งแต่ช่วง 30 กลางขึ้นไป แต่ต้องประเมินรายบุคคลเสมอ Q5: เคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อน ทำได้ไหม? ทำได้ในหลายกรณี แต่คุณหมอจะประเมินปริมาณ ตำแหน่ง และชนิดของสารที่เคยฉีดก่อนวางแผน Q6: ต้องดมยาสลบหรือไม่? การผ่าตัดดำเนินการภายใต้การดูแลของทีมวิสัญญีแพทย์ในห้องผ่าตัดมาตรฐาน Q7: ทำร่วมกับยกคิ้วหรือ V-neck Lift ได้ไหม? สามารถประเมินทำร่วมกันได้ เพื่อให้ผลลัพธ์ของใบหน้าและลำคอดูกลมกลืนขึ้น นพ. อนุชิต อดิโรจนานนท์(Dr. Jay) นายแพทย์อนุชิต อดิโรจนานนท์ ว.45390 หรือ “หมอเจ” รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งดิอาท เป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูใบหน้าให้แลดูเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะการศัลยกรรมยกกระชับใบหน้า และช่วยออกแบบแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์ดูดีขึ้นแต่ยังคงความเป็นตัวเองของผู้เข้ารับบริการ หมอเจเชื่อว่า ความงามที่ดีเกิดจากการผสานทั้งศาสตร์และศิลป์ รวมถึงความเข้าใจโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด และการรับฟังเป้าหมายของผู้รับบริการอย่างแท้จริง เริ่มต้นเส้นทางสู่ความมั่นใจครั้งใหม่ เริ่มต้นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลง ด้วยการจองคิวปรึกษากับหมอเจวันนี้ ในการปรึกษาแบบเฉพาะบุคคล หมอเจจะรับฟังเป้าหมายของคุณ อธิบายเทคนิคที่เหมาะสม และออกแบบแผนการดูแลที่เข้ากับโครงหน้าและความต้องการของคุณโดยเฉพาะ จองคิวปรึกษา