โปรแกรมดึงหน้า Full Facelift
เทคนิค Art Lyft

ช่วยให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ ด้วยเทคนิคการศัลยกรรมดึงหน้าที่ลึกถึงชั้น SMAS ช่วยมอบผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติให้คุณ
เนื้อหาทางการแพทย์ตรวจสอบโดย นพ. อนุชิต อดิโรจนานนท์ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมเลขที่ 45390 รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งดิอาท อ่านประวัติ

ทำไมใบหน้าถึงหย่อนคล้อย

หลายคนอาจจะเข้าใจว่าหน้าหย่อนคล้อยคือ “ผิวหย่อน” จึงคิดว่าแค่ดึงผิวให้ตึงก็พอ แต่ในความเป็นจริง ความหย่อนคล้อยเกิดขึ้นพร้อมกันในทุกชั้นของใบหน้าครับ
ตั้งแต่ผิวหนังลงไปจนถึงกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่ยึดโครงสร้างใบหน้าเราไว้

โครงสร้างใบหน้า

1
ชั้นผิวหนัง
ผิวชั้นนอกที่สะท้อนริ้วรอยและความเรียบเนียน
2
ชั้นไขมัน
ช่วยให้ใบหน้าดูอิ่มฟูและแลดูมีมิติ
3
ชั้นกล้ามเนื้อ / SMAS
ชั้นพยุงหลักที่เกี่ยวกับความหย่อนคล้อย
4
ชั้นเส้นเอ็นยึดเกาะ
จุดยึดที่ช่วยประคองเนื้อเยื่อใบหน้า
5
ชั้นเยื่อหุ้มกระดูก
ฐานลึกที่กำหนดโครงหน้าและสัดส่วนใบหน้า

ART Lyft คืออะไร?

ART Lyft ไม่ใช่การดึงผิวให้ตึงมากเกินไป แต่คือการเข้าใจกายวิภาคใบหน้า ยกในตำแหน่งที่เหมาะสม และออกแบบผลลัพธ์ให้แลดูอ่อนเยาว์ในแบบที่เป็นคุณ
A Anatomy

Anatomy

เข้าใจโครงสร้างใบหน้าอย่างลึกซึ้ง
ยกในระดับที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่ดึงผิว
R Refinement

Refinement

ออกแบบผลลัพธ์ให้ละเอียด กลมกลืน พอดี
ไม่มากเกินไป
T Tailored

Tailored

ให้ความสำคัญกับการออกแบบใบหน้าเฉพาะบุคคล
ช่วยให้ใบหน้าของคุณแลดูอ่อนเยาว์ในแบบที่ยังเป็นตัวเอง

“ปากไม่กว้าง ตาไม่ชี้ หน้าไม่แปลก”

ประเภทของการดึงหน้า และทำไม ART Lyft
จึงเลือกดึงใต้ชั้น SMAS

ดึงผิวชั้นตื้น
เย็บรวบชั้น SMAS
ดึงใต้ชั้น
วิธี
ทำอะไร
ข้อดี
ข้อจำกัด
ดึงผิวชั้นตื้น
1. ดึงผิวชั้นตื้น (Skin-only / Subcutaneous)
เลาะใต้ผิวหนัง ตัดผิวส่วนเกิน แล้วเย็บปิด ไม่แตะชั้นกล้ามเนื้อ
ทำง่าย ใช้เวลาน้อย อาจไม่ต้องดมยาสลบ พักฟื้นไว
แรงตึงอยู่ที่ผิวล้วน เสี่ยงแผลเป็นนูนกว้าง ผลอยู่สั้น (อาจหย่อนใน 6 เดือน) เสี่ยงตาชี้ ปากกว้าง หน้าแปลก ดูผิดธรรมชาติ
เย็บรวบชั้น SMAS
2. เย็บรวบชั้น SMAS (SMAS plication / MACS)
เย็บรวบหรือสอยกล้ามเนื้อชั้น SMAS เข้าหากันให้ตึงขึ้น
ไม่เสี่ยงเส้นประสาทใต้ชั้น SMAS ผลลัพธ์ยาวนานกว่าการดึงแบบผิวล้วน
รวบไขมันด้านบนมาด้วย ทำให้หน้ากลม/แก้มดูเยอะขึ้น ไม่ได้ปลดเส้นเอ็นยึดเกาะ ใบหน้าจึงหย่อนกลับเร็วกว่า Deep Plane
ดึงใต้ชั้น
3. ดึงใต้ชั้น SMAS (Extended deep Plane) ← ART Lyft
เลาะใต้ชั้น SMAS ปลดเส้นเอ็นยึดเกาะ (Retaining ligaments) ยกโครงสร้างชั้นลึกและจัดเรียงไขมัน
ช่วยแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยได้ตรงกับต้นเหตุ ผลลัพธ์ยาวนานและแลดูเป็นธรรมชาติ ช่วยปรับใบหน้าให้ดูเรียว สามารถตัดไขมันและกล้ามเนื้อส่วนเกินได้ นอกจากนี้ยังสามารถผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มออกได้ โดยไม่ต้องมีแผลในปาก
เป็นวิธีที่ต้องใช้ความละเอียดสูง ต้องอาศัยความเข้าใจกายวิภาคเส้นประสาทใบหน้าอย่างละเอียด

8 ขั้นตอนการผ่าตัดดึงหน้า ART Lyft

ประเมินและวางแผนด้วย 3D Simulation
1
ประเมินและวางแผนด้วย
3D Simulation
วาดแบบหน้าคนไข้
2
วาดแบบหน้าคนไข้
ดมยาสลบ
3
ดมยาสลบ
ยกชั้น SMAS
4
ยกชั้น SMAS
ประเมินและวางแผนด้วย 3D Simulation
5
ตัดผิวหนังส่วนเกินและ
จัดเรียงไขมัน
ประเมินและวางแผนด้วย 3D Simulation
6
ใส่สายระบายเลือด
(เฉพาะบางเคส)
ประเมินและวางแผนด้วย 3D Simulation
7
เย็บปิดแผลทีละชั้น
(3 ชั้น)
ประเมินและวางแผนด้วย 3D Simulation
8
สระผม ทำความสะอาด
และพันผ้ารัดหน้า
Face area background from Figma node 85:592
Face area map from Figma node 85:592

การดึงหน้าแบ่งออกเป็น 6 ส่วนหลัก

1
หน้าผาก (Forehead) + ยกคิ้ว
2
ใบหน้าส่วนบน (Upper /
Temporal) หางตา หางคิ้ว
รอยตีนกา
3
ใบหน้าส่วนกลาง (Midface)
แก้ม ร่องแก้ม
4
ใบหน้าส่วนล่าง (Lower face)
มุมปาก ร่องน้ำหมาก กรอบหน้า
5
ลำคอด้านข้าง (Lateral neck)
6
ลำคอด้านหน้า (Anterior neck
/ V-neck Lift)

แผลผ่าตัดในแต่ละส่วน ซ่อนรอยแผลอย่างไร?

Temple incision options from Figma node 85:622
Front ear incision options from Figma node 85:622

แผลบริเวณขมับ

เลาะใต้ชั้น SMAS ยกใบหน้าส่วนบน ขมับ ตีนกา เลือกได้ 2 แบบ
1
แผลชิดไรผมด้านหน้า
ดึงตึง ลดความเสี่ยงผมร่วง แผลอาจเห็นชัดกว่าในช่วงแรก
2
แผลในไรผม
ซ่อนแผลดี แต่ดึงได้น้อยกว่า เสี่ยงเรื่องผมร่วง

แผลบริเวณหน้าหู

ใช้ยกใบหน้าส่วนกลางและล่าง เลือกได้ 2 แบบ
1
หน้ากระดูกอ่อนหู (Pretragal)
ใช้แนวรอยธรรมชาติ แผลจะใช้เวลาไม่นานในการฟื้นตัว
แผลแยกน้อย Tragus ไม่ผิดรูป
2
ชิดขอบกระดูกอ่อนหู (Tragal)
ซ่อนแผลได้แลดูเรียบเนียน เหมาะกับคนไข้ที่กังวลเรื่องแผลเป็นมาก
แต่เสี่ยง Tragus ผิดรูป
หรือเห็นรูหูชัดขึ้นหากดึงรั้ง

แผลบริเวณหลังหู

ใช้ยกใบหน้าส่วนล่างและลำคอ ซ่อนแผลในร่องหลังใบหูและไรผมหลังหู
แทบมองไม่เห็นแม้รวบผม
(การดึงหน้ามักทำควบคู่กันหลายส่วน เช่น โซน 2+3 หรือ 4+5
เพื่อผลลัพธ์ที่กลมกลืนกับโครงหน้าเดิม)

ใครเหมาะกับการดึงหน้า ART Lyft

กลุ่มวัยกลางคน 30–50 ปี
กลุ่มสูงอายุ 50 ปีขึ้นไป

กลุ่มวัยกลางคน (30–50 ปี)

กลุ่มสูงอายุ (50 ปีขึ้นไป)

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

ไทม์ไลน์และเช็กลิสต์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

1 เดือนก่อน

แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ทาน
งด Botox / Filler 6 เดือน
งดร้อยไหม 3–6 เดือน
พักผ่อนให้เพียงพอ

สัปดาห์ที่ 2-4

งดแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์
งดสูบบุหรี่ 2 สัปดาห์
งดวิสตามินและอาหารเสริม
ดูแลสุขภาพให้พร้อม

1 สัปดาห์ก่อน

งดยาละลายลิ่มเลือด 7 วัน
ปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยา
เตรียมเสื้อผ้าใส่สบาย หรือออกกำลังกายหนัก
เลือกเสื้อมีกระดุมหน้า

วันผ่าตัด

งดน้ำและอาหาร 8 ชั่วโมง
สระผมให้สะอาด งดแต่งหน้า และไม่ทาเล็บ
ถอดเครื่องประดับและคอนแทคเลนส์
งดขับรถหลังผ่าตัด 24 ชั่วโมง และให้ญาติมารับกลับ

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด

ไทม์ไลน์และแนวทางการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด

Day 0

ประคบเย็น 1–2 วันแรก
นอนหัวสูง 45–90°
ทำแผลวันละ 2 ครั้ง
เลี่ยงการกดทับแผล

สัปดาห์ที่ 2-4

เลี่ยงน้ำโดนแผล 7 วัน
รอตัดไหมก่อนให้แผลโดนน้ำ
ใส่ชุดกระชับ 24 ชม.
นัดติดตามผล 1–2 สัปดาห์

1 สัปดาห์ก่อน

ไม่นอนตะแคง และใส่ชุดกระชับ 10–12 ชม./วัน
งดออกกำลังหนัก
เลี่ยงแดดและความร้อน
งดของแสลงและอาหารทะเล

วันผ่าตัด

กัน UV ต่อเนื่อง
ติดตามผลตามนัด
ผลลัพธ์เริ่มชัดขึ้น
ดูแลตามคำแนะนำแพทย์

ข้อดีของการดึงหน้า ART Lyft

ไอคอนแก้ลึกถึงต้นเหตุ

แก้ลึกถึงต้นเหตุ

ช่วยแก้ไขปัญหาลึกถึงต้นเหตุ
ยกชั้น SMAS และปลดเส้นเอ็น
ผลลัพธ์จึงแลดูเป็นธรรมชาติและคงทน
ไอคอนเป็นธรรมชาติ

แลดูเป็นธรรมชาติ

หน้าไม่ผิดรูป ตามหลัก “ปากไม่กว้าง
ตาไม่ชี้ หน้าไม่แปลก”
ไอคอนกรอบหน้า V-shape

กรอบหน้า V-shape

จัดเรียงไขมันและตัดส่วนเกิน
ให้รูปหน้าเรียวคมชัดขึ้น
ไอคอนผลลัพธ์ยาวนาน

ผลลัพธ์ยาวนาน

คงทนกว่าการดึงผิวชั้นตื้นอย่างชัดเจน
ไอคอนวางแผนเฉพาะบุคคล

วางแผนเฉพาะบุคคล

ใช้โปรแกรม 3D Simulation ช่วยทำให้
คนไข้เห็นผลลัพธ์ก่อนที่จะตัดสินใจ
ไอคอนซ่อนรอยแผลพิถีพิถัน

ซ่อนรอยแผลพิถีพิถัน

ออกแบบแผลให้แลดูเป็นธรรมชาติ
แทบมองไม่เห็นรอยแผล

เลือกศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์

คนไข้แต่ละคนมีปัญหาแตกต่างกัน การดึงหน้าที่ได้ผลจริงจึงต้องอาศัยศัลยแพทย์ที่เข้าใจกายวิภาคอย่างลึกซึ้ง วิเคราะห์ปัญหาในแต่ละชั้นได้ถูกต้อง
และไม่ดึงมากเกินไปจนผิดธรรมชาติ การดูแลตามมาตรฐานและผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติ คือสิ่งที่ลดทอนไม่ได้
ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ Doctor Jay สำหรับ ART Lyft

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ยกลึกถึงชั้น SMAS และปลดเส้นเอ็น ผลลัพธ์จึงแลดูเป็นธรรมชาติ และยาวนานกว่า
ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ การดูแลตัวเอง และแผนการผ่าตัดเฉพาะบุคคล แนะนำประเมินกับแพทย์เพื่อให้ได้คำตอบที่เหมาะกับแต่ละเคส
โดยทั่วไปจะมีอาการบวมช้ำช่วงแรก และค่อย ๆ ลดลงตามลำดับ ระยะพักฟื้นควรประเมินตามสภาพร่างกายและคำแนะนำแพทย์
ไม่ได้ขึ้นกับอายุอย่างเดียว แต่ขึ้นกับระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของคนไข้
แนวแผลถูกออกแบบตามตำแหน่งธรรมชาติ เช่น ไรผม ร่องหน้าหู และหลังหู เพื่อลดการมองเห็นรอยแผล
ทำได้ในบางกรณี แต่ต้องประเมินพังผืดเดิม ชั้นเนื้อเยื่อ และความเหมาะสมอย่างละเอียด
ขึ้นอยู่กับขอบเขตการผ่าตัดและการประเมินของแพทย์ รวมถึงวิสัญญีแพทย์
สามารถวางแผนร่วมกันได้ในบางเคส หากเหมาะสมกับปัญหาและสภาพร่างกายของคนไข้
ควรรอให้แผลปิดและแพทย์อนุญาตก่อน โดยขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล
ราคาขึ้นอยู่กับปัญหา ขอบเขตการผ่าตัด และแผนการดูแลเฉพาะบุคคล กรุณาจองคิวประเมินเพื่อรับข้อมูลที่ชัดเจน
หน้าหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก คอย้วย…กังวลทุกครั้งที่มองกระจกใช่ไหม?

ดึงหน้าธรรมชาติ กับหมอเจ
ตอบโจทย์ทุกความกังวล

ถ้าคุณกำลังหลีกเลี่ยงกล้อง เพราะหน้าเหี่ยว แก้มหย่อน เหนียงห้อย หางตาตก หรือ ถุงใต้ตา ทำให้ดูแก่กว่าวัย — เราเข้าใจดี
โดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่ได้รับวุฒิบัตรจากแพทยสภา ร่วมกับเทคนิค ผ่าตัดดึงหน้า Deep Plane ที่ทำงานถึงชั้นกล้ามเนื้อ เราดูแลริ้วรอยและความหย่อนคล้อย ให้ใบหน้าแลดูเป็นธรรมชาติ ไม่ตึงปึ้งแบบศัลยกรรมยุคเก่า

เริ่มต้นเส้นทางสู่ความมั่นใจครั้งใหม่

เริ่มต้นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลง ด้วยการจองคิวปรึกษากับหมอเจวันนี้ ในการปรึกษาแบบเฉพาะบุคคล หมอเจจะรับฟังเป้าหมายของคุณ อธิบายเทคนิคที่เหมาะสม และออกแบบแผนการดูแลที่เข้ากับโครงหน้าและความต้องการของคุณโดยเฉพาะ

LINEทักไลน์สอบถาม • นัดคิว Messengerทักแชทเลย โทรปรึกษา02 124 3792